บทเกริ่น Twan
บทเกริ่นนำ ทำความรู้จักกับ Twan (ตะวัน)

Hello World! สวัสดีนี่คือบทความแรกจากตะวัน
บทความแรกนี้ผมวางแผนจะให้เป็นการแนะนำตัวของตัวเองน่ะนะ ซึ่งก็ไม่รู้จะเกริ่นยาวเกินไปมั้ยแต่ขอแนะนำตัวจริง ๆ เลยแล้วกัน ผมชื่อตะวันครับ เป็น Dev หรือ Software developer ที่มี passion ในด้าน AI แต่ก็ไม่ทิ้ง foundation ในการทำ software สิ่งที่ผมสามารถทำได้มีตั้งแต่การ design UX/UI การ implement software การ test ทั้ง happy flow และ edge case ไปจนถึงการ deploy งานสู่ production จริง ถ้าให้โม้หน่อยก็ผมทำได้หมดอ่ะใน software development cycle แม้แต่หน้าเว็บตอนนี้ก็ทำคนเดียว (+ Claude แหะๆ)
ผมขอเล่าความเป็นมาของตัวเองก่อนละกันตั้งแต่ passion แรกนู่นจนมาถึงปัจจุบัน ด้วยความที่ผมเกิดปี 200x เป็นเด็กเจน Z ตอนต้นสมัยนั้น PC พึ่งมาใหม่ ๆ แล้วผมอ่ะติดเกมมากพวกเกม GTA San- เกมในเว็บ Y8 แล้วตอนเด็กเคยจินตนาการนะว่า โตมาฉันจะต้องสร้างเกมของตัวเองให้ได้เลย! แต่พอโตขึ้นมาจริงช่วงมัธยมปลายได้เรียนวิชาคอมพิวเตอร์ ก็มีเริ่มเรียนตั้งแต่การฝึกคิดแบบ programmatic การเขียน pseudo code การวาด flowchart แล้วค่อยเรียนภาษาซี (C language) กับ C++ ไอ้เราก็เห้ยมาว่ะเขียน program เป็นแล้วนี่แหละใช่เลยทางของข้า รู้สึกชอบจนต้องจับกลุ่มชวนเพื่อนแล้วขออาจารย์เรียนพิเศษเพิ่มตอนเย็น ปรากฏอาจารย์เห็นแววก็เลยส่งไปแข่ง ผลคือได้ระดับ 2 ของจังหวัด ตอนนั้นโคตรจะ proud แต่มัธยมมันไม่มีวิชาให้ลงเรียนคอมอีกแล้วอ่ะดิ (หลักสูตรมีให้เรียนเทอมเดียว) ก็เลยเว้นช่วง เจอกันอีกทีตอนก่อนสอบเข้ามหาลัย สมัยนั้นจะมีสอบเข้ามหาลัยโดยใช้ระบบ TCAS ไอ้เรามันก็เด็กติสท์ไงอยากซิ่ว คนอื่นอ่านหนังสือเตรียมสอบเข้ากัน เรานั่งทำเว็บเอาไปเอามาพอถึงช่วงสอบก็ทำข้อสอบไม่ค่อยได้ สรุปได้มาอยู่ที่วิศวกรรมสื่อดิจิทัล ม.ขอนแก่น ตอนนั้นคิดละว่าเออไหน ๆ ก็สอบติดมีที่เรียนแล้วก็เรียนนี่แหละ (ในใจอยากซิ่วไปเรียนวิศวะคอมพิวเตอร์) ได้เรียนในสายคอมพิวเตอร์เหมือนกันแถมได้เรียน นานาชาติด้วย (หลักสูตรที่ว่าเป็นนานาชาติ) ซึ่งเอาจริงๆหลักจากเรียนไปแล้วก็ไม่ได้รู้สึกเสียดายมากที่ไม่ได้เข้าวิศวะคอม เพราะมันก็เรียนคล้ายกันจริง ๆ แต่วิศวะสื่อดิจิทัล เน้นไปทาง Game programming หรือพวก VR, 3D มากกว่า Computer architect กับ Network แต่โดยรวมก็คล้าย ๆ กันไม่ว่าจะเรื่อง Web dev, AI (ซึ่งจริง ๆ มีลึกถึง RNN, RL ที่เป็นจุดเริ่มต้นให้ผมสนใจ AI มากขึ้นด้วย) สุดท้ายนี้ผมก็ผ่านมาได้ดีด้วยเกรด 3.13 ซึ่งต้องยอมรับก่อนว่าไม่ค่อยได้ตั้งใจเรียนมากเท่าไหร่ เน้นหา project ทำสนอง need ล้วน ๆ
มาว่ากันถึงประสบการณ์ ถ้าแค่ประสบการณ์การทำงานล้วน ๆ ผมทำงานมาได้ประมาณ 2 ปี 5 เดือน (รวมฝึกงาน + สหกิจ) แต่ตอนเรียนก็ไม่ได้อยู่เฉย ๆ นะ แอบรับงาน freelance เล็ก ๆ น้อย ๆ กับเป็น TA ให้รุ่นน้องด้วย มีช่วงตอนอยู่มหาลัย ปี 2 รุ่นพี่เห็นว่ามีฝีมือก็เลยมาชวนเข้าทีมไปรับงานมา project นึงเป็นเกี่ยวกับใช้ Flutter เขียน mobile app ในด้านการศึกษา แต่ project นี้จบไม่สวยเท่าไหร่โดนยกเลิกกลางทาง ทำให้ทีมได้แตก แต่นั่นก็ถือว่าเป็นประสบการณ์แรกที่ได้ทำงานจริง ๆ และได้รับค่าตอบแทน ซึ่งก็ทำให้ผมมีไฟในการเรียนเรื่องใหม่ ๆ เพื่ออัพสกิลเผื่อมีคนมาชวนไปทำอีกจะได้ไม่ล้มเหลวเหมือนรอบนี้ แต่ใด ๆ พอปี 3 เรื่องเรียนก็เยอะมากจนไม่มีเวลาไปทำอย่างอื่น พอถึงจังหวะสหกิจก็ได้ไปฝึกงานที่ ODT (ODDS Team หรือ ออด-อี) อยู่ประมาณ 6 เดือน ช่วงที่ฝึกงานช่วงแรกเลยเค้าจะให้เรียนรู้เกี่ยวกับการทำงานเป็นทีม (ผมไปคนเดียวในสาขา หาเพื่อนใหม่เอาที่นู่น) ไอ้เราไปวันแรกก็ไม่ค่อยรู้จักใคร เปิดมาเขาให้จับกลุ่มละลายพฤติกรรมแล้ว form ทีม ตอนนั้นสนุกมากได้เจอคนใหม่ ๆ ที่สกิลหลากหลาย อ่อ ตอนผมฝึกรุ่นผมมีประมาณ 30 คน แล้วก็เพิ่มมาจนเป็น 35 คน เค้าให้แบ่งทีม ทำเป็น Scrum team 7 +- 2 คน ซึ่งแต่ละทีมต้องสามารถจบ product แบบ End to End ได้ ซึ่งในตอนนั้นผมก็พอมีสกิลอยู่บ้างอ่ะนะเลยอาสาเป็น Full-stack ให้ทีมเลย แต่ใด ๆ ทั้งทีมต้องมีครบทุกตำแหน่งอยู่แล้ว เช่น QA, Frontend, Backend ทั้งนี้ทั้งนั้นเราไม่ได้ fixed นะว่าคนนี้ต้องทำตำแหน่งเดียว สามารถเปลี่ยนงานกันได้แต่ขอให้รับผิดชอบร่วมกันเป็นทีม ซึ่งระหว่างฝึกงานก็มีทำทั้ง internal product และ Out source ให้ลูกค้า ซึ่ง stack ที่ผมได้เรียนและได้ใช้ในการฝึกงานก็จะมีพวก Ruby on Rails, MVC architecture, Docker, GitHub Workflow, Next.js, Flutter, Express.js และอื่น ๆ แล้วยังมี research เกี่ยวกับการเอา Generative AI เข้ามาช่วย test ทั้งการ generate Unit test หรือ E2E test แล้วเปรียบเทียบกับ tester ในทีม (สมัยนั้น AI Agent ยังไม่บูม สมัย Claude Sonnet 3.5, GPT 4o) หลังจากฝึกสหกิจจบผมก็กลับมาเรียนต่อและสมัครเป็น TA วิชา Computer Programming ที่สอนน้อง ๆ ปี 1 ด้วย

พอเรียนจบปี 2025 ก็เข้าทำงานเต็มตัวที่บริษัทเดิมได้ทำโปรเจกต์ turnkey ให้ลูกค้าองค์กรใหญ่หลายเจ้า ตั้งแต่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA), Toyota นนทบุรี ไปจนถึง Food Bank Bangkok เรียกว่าได้ผ่านงานจริงที่ scale ระดับ production
ช่วงนั้นแหละที่ผมได้ลับคมสาย backend/infra แบบเต็ม ๆ ใช้ Golang, Next.js, Kafka, Kubernetes, Docker, Grafana, OpenTelemetry, Terraform แถมแอบไปสอบเก็บ cert ไว้ทั้ง Airflow, Google ADK, Claude Code ด้วย (เผื่อใครสงสัยว่าทำไมหน้าเว็บนี้ทำคนเดียวได้ ก็ประมาณนี้แหละ)
แต่พอทำไปได้สักพักก็มีเหตุผลทางบ้านอยากให้กลับมาอยู่ด้วย บวกกับจะเตรียมตัวเรียนต่อพอดี ก็เลยตัดสินใจย้ายกลับมาอยู่บ้านเกิด มารับงานตำแหน่งใหม่ที่ยังเป็นสาย full-stack เหมือนเดิม แต่บทบาทเปลี่ยนไปนิดนึง คราวนี้ได้ลองทำอะไรใหม่ ๆ ที่ไม่เคยทำมาก่อน คือเน้นไปทาง vibe-coding กับงาน BA (เก็บ requirement) มากขึ้น
ฝั่งเว็บก็มีทั้ง portfolio.twan-journey.com ที่เป็นพอร์ตหลัก, blog นี้ที่กำลังอ่านอยู่ (twan-journey.com), แล้วก็ยังมีอีกสองตัวที่กำลังปั้นอยู่ Project P (project-p.twan-journey.com) เป็นแอป focus timer + to-do แนว cozy ที่ให้ตัวละครกับห้องในแอปค่อย ๆ โตขึ้นตามชั่วโมงที่เรานั่งโฟกัสทำงาน กับ Project M (project-m-promote.twan-journey.com) เป็นโน้ตแอปแบบ local-first ที่เก็บโน้ต/task/รูปเป็นไฟล์ธรรมดาบนเครื่องเรา แล้วมี MCP server ในตัวแบบ zero-config ให้ Claude, Cursor หรือ MCP client ตัวไหนก็เชื่อมเข้ามาค้น/เขียนโน้ตแทนเราได้เลย ไม่ต้องมี account ไม่ต้องพึ่ง cloud ตอนนี้อยู่ช่วง alpha (v0.1.5) รองรับทั้ง macOS และ Windows
ฝั่งสาย agent ก็ยังมีของเล่นอีกเพียบ ทั้งเขียน MCP server ให้ agent มี memory โดยใช้ FalkorDB เป็น backend, ลองทำ custom agent skill ที่เรียกข้าม harness ได้ (เช่นยกจาก Claude ไปรันบน Codex) แล้วก็มีโปรเจกต์ฮาร์ดแวร์ที่เอา ESP32-WROOM คู่กับ ESP32-CAM มาต่อกับ Claude API และ Azure TTS ให้มันถ่ายรูปแล้วบรรยายสิ่งที่เห็นออกมาเป็นเสียงได้เลย
พวกนี้แต่ละตัวมีเรื่องเล่าเยอะพอจะแยกเป็นบทความของตัวเองทั้งนั้น เดี๋ยวค่อยลงลึกทีละตัวในโพสต์ถัดไปครับ
เอาจริง ๆ พิมพ์มาถึงตรงนี้ก็ยาวกว่าที่คิดไว้ตอนแรกเยอะเลย (บอกแล้วว่าไม่รู้จะเกริ่นยาวไปมั้ย 555) แต่ก็ดีเหมือนกันที่ได้ย้อนกลับไปมอง ตั้งแต่เด็กติดเกมจนอยากสร้างเกมเอง ผ่านคอมพิวเตอร์ ม.ปลาย จนมาถึงงานจริง แล้ววันนี้ก็ยังมีของให้ทำอีกเพียบ ทั้งงานประจำ ทั้งของเล่นส่วนตัวที่กองรอต่อยอดอยู่ ไม่นับเรื่องเรียนต่อที่กำลังเตรียมตัวอยู่ด้วยอีก
บล็อกนี้ (twan-journey.com ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นเรื่องราวระหว่างทาง ไม่ใช่ปลายทาง) จะทยอยเล่าแต่ละโปรเจกต์ที่พูดถึงในนี้แบบลงลึกไปทีละตัว รวมถึงบทเรียนที่เจอมาระหว่างทำงานจริง กับความคิดเห็นสาย AI/เทคที่สะสมไว้เรื่อย ๆ ถ้าใครอ่านมาถึงตรงนี้แล้วรู้สึกอินกับเรื่องราวไม่ว่าจะแง่ไหนก็แง่หนึ่ง ฝากติดตามกันต่อในโพสต์ถัดไปด้วยนะครับ
